เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่กวนใจต่อผู้ที่ต้องเดินทางตามถนนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้คนที่ต้องเดินทางโดยรถที่ให้บริการตามท้องถนน อย่างเช่นรถเมล์และรถแท็กซี่ แต่เราเป็นที่รู้อยู่แล้วว่ารถเมล์จะจอดรับผู้โดยสารในทุกๆป้ายของป้ายหยุดรถ ของรถเมล์ที่มีผู้โดยสารนั้นโบกมือเรียก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีจนไม่ได้เกิดปัญหาอะไร แต่รถแท็กซี่นั้น มักจะมีปัญหาค่อนข้างมาก ในเรื่องของการเรียกรถแท็กซี่ ที่เปิดไฟหน้ารถว่าว่าง แต่ก็ไม่รับผู้โดยสาร เมื่อผู้โดยสารนั้นบอกว่าต้องการที่จะไปที่ไหน ก็จะปฏิเสธอย่างทันที โดยบางครั้งก็มีข้ออ้างเพื่อหลีกเลี่ยงในการรับผู้โดยสารในครั้งนั้นๆ ซึ่งก็ก่อให้เกิดเป็นปัญหาที่รุมล้อมผู้บริโภคการบริการของรถแท็กซี่เป็นอย่างมาก ซึ่งตามสถิติแล้วนั้น จะสังเกตได้ว่ารถเมล์นั้นจะปฏิเสธผู้โดยสายในช่วงของฤดูฝน หรือบางคันนั้นไม่รับผู้โดยสารคนไทย แต่เลือกที่จะไปรับผู้โดยสารชาวต่างชาติซะเป็นส่วนใหญ่ อีกครั้งบางรายให้ข้อเสนอในการให้เหมาจ่าย ซึ่งเป็นการน่าเลือดและมีค่าโดยสารที่แพงเป็นอย่างมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้น ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ผิดอย่างมาก โดยเรานั้นสามารถที่จะแจ้งตำรวจได้ หรือแจ้ง สคบ. (คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) ซึ่งผู้ที่ได้รับปัญหานี้นั้นต้องอย่าขี้เกียจ ต้องแจ้ง เมื่อเจอก็ต้องแจ้ง โดยต้องจำข้อมูลเกี่ยวกับเลขทะเบียนรถ และสีของรถ เพื่อเป็นข้อมูลในการร้องเรียนและหาตัวผู้ขับได้  เพราะการปฏิเสธผู้โดยสารนั้นถือว่าผิดกฎหมายใน พ.ร.บ.การจราจรการบก มาตรา 93 วรรคหนึ่ง นั้นก็คือผู้ที่มีอาชีพในการขับรถแท็กซี่เพื่อเป็นการบริการนั้น ไม่สามารถที่จะปฏิเสธผู้โดยสารได้โดยที่ไม่มีสาเหตุอันควร โดยการกระทำแบบนี้นั้นจะต้องมีโทษในการปรับเงินจำนวนหนึ่งพันบาท อาจถูกพักการขับขี่ 15 วัน โดยจะโดนหักคะแนนของผู้ขับรถแท็กซี่ 20 คะแนน ซึ่งเมื่อผู้ขับรถแท็กซี่นั้นโดนหักคะแนนจนครบ 100 คะแนน ก็จะโดนยึดใบอนุญาตมนการขับขี่อีกด้วย ซึ่งหมายถึงไม่สามารถที่ที่จะสามารถกลับไปทำอาชีพนี้ได้อีกเลย ซึ่งเรามีทางช่องทางการร้องเรียนได้ที่เบอร์ 1584 (ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ) หรือ 1197 (กองบังคับการตำรวจจราจร) และอาจจะเป็นแอปพลิเคชั่นก็ได้ ซึ่งทางที่ดี ผู้ขับรถนั้น ถ้าไม่สามารถรับผู้โดยสารได้ควรจะปิดไฟหน้ารถที่เขียนว่าว่าง เพราะเมื่อเปิดแล้วก็เท่ากับว่าต้องรับผู้โดยสารโดยไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธใดๆ

เว็บไซต์กฎหมายของประเทศไทยโดยตรง

แท็กซี่ไม่รับผู้โดยสาร ผิดกฎหมาย ทำลายภาพพจน์ของประเทศ