สังคมในปัจจุบันมีหลายครอบครัวหลายบ้านที่ แต่งงานกันแล้วอยู่ด้วยกันไม่ได้ หรือยังไม่ได้แต่งงานแต่จดทะเบียนกัน หลายคู่รักที่กินอยู่ด้วยกันมาแต่ไม่สามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรแต่เชื่อว่าทุกคนไม่มีใครที่อยากจะเริ่มต้นอะไรกับใครใหม่อย่างแน่นอน เพราะหากถ้ามาเริ่มนับ 1 ใหม่ก็เหมือนกับต้องวิ่งจากจุดสตาร์ทตั้งแต่ต้นใหม่ มีชายกับหญิงอยู่คู่หนึ่ง ที่แต่งงานกันมาอยู่กินด้วยกันมา 7 ปี แต่ว่าไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีบุตรด้วยกัน 2 คนเป็นบุตรชาย 1 คน และบุตรหญิง 1 คน เมื่อเวลาผ่านไป 7 ปี เกิดปัญหาที่ไม่ร่องรอยกันและไม่สามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้ จึงคิดที่จะแยกทางกัน แต่ต่างคนต่างที่จะรักลูกและเกิดการแย่งลูกเพื่อไปเลี้ยงดู ฝ่ายชายไม่ให้จึงเกิดการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น แต่ในที่สุดศาลได้ตัดสินออกมาว่า ผู้เป็นแม่สามารถนำไปเลี้ยงดูได้เพราะไม่ได้จดทะเบียนกัน แต่ถ้าหากว่าจดทะเบียนกันลูกจะต้องแบ่งไปคนละคน ฝ่ายชายต้องได้ลูกผู้หญิงไปเลี้ยงและฝ่ายหญิงจะต้องได้ลูกชายไปเลี้ยง และหากมีทรัพย์สมบัติจะต้องแบ่งกันออกไป ให้ลูกได้เท่าๆกันถ้าหากว่าเด็กมีอายุ 20 ปี ขึ้นไปแล้วแต่ถ้าหากว่า เด็กยังไม่บรรลุมิติภาวะผู้ปกครองต้องถือมรดกหรือทรัพย์สินที่เด็กจะต้องได้ และส่งมอบให้เด็กเมื่อมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ แต่กรณีอย่างของ ชาย-หญิง คู่นี้ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ลูกทั้งหมดจะต้องเป็นแม่ที่ต้องดูแลบุตร ผู้เป็นแม่จึงชนะคดีความครั้งนี้ แต่ก็มีบางกรณีที่ ผู้เป็นแม่ไม่สามารถเลี้ยงดูบุตรได้และต้องยอมรับชะตากรรม ว่าบุตรจะต้องให้ผู้เป็นพ่อนั้นดูแลเพราะผู้เป็นพ่อนั้นมีรายดีฐานะไม่ยากจนที่ไม่ขัดสนมีตังมากกว่าผู้เป็นแม่ และไม่อยากให้ลูกไปลำบากถ้ามีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้นนั้นผู้เป็นพ่ออาจจะชนะคดีความได้ ในสังคมปัจจุบันนั้นมีเรื่องราวหย่าร้างกันเกิดขึ้นแทบทุกวัน ดังนั้นหากไม่อยากมานั่งเสียเวลาฟ้องร้องกัน จะอยู่กินหรือจดทะเบียนสมรสกับใครจะต้องดูให้ดีจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาฟ้องร้องกันเปล่าๆและเด็กจะได้ไม่ต้องกลายมาเป็นเด็กมีปัญหาทางครอบครัวอีกด้วย      

เว็บไซต์กฎหมายของประเทศไทยโดยตรง

พ่อกับแม่หย่ากันใครจะได้ลูกไปเลี้ยงดูรู้หรือไม่