วิเคราะห์จากเหตุการณ์จริง ข้อกฎหมายของการเซ็นสัญญาที่ดิน

law dee 70

เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เหมาะสมในการเอามาพูดในเรื่องของกฎหมายในวันนี้ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และน่าจะเป็นข้อมูลและแนวต่างๆของผู้คนที่เกิดเรื่องราวในประมานนี้ เพื่อเป็นแนวในการแก้ไขปัญหา ซึ่งเรื่องนี้นั้น มีประมาณว่า ได้มีนายเอ (นามสมมุติ) ได้ไปกู้เงินกับญาติห่างๆเอาไว้ ในจำนวนเงิน 2 แสนบาท โดยมีการกำหนดเวลาการใช้หนี้สินไว้อย่างเรียบร้อย ทางวาจา และเมื่อถึงเวลา นายเอกับไม่มีเงินชดใช้ จึงได้เขียนสัญญาด้วยมือไว้หนึ่งฉบับ โดยในใบสัญญานี้นั้น ได้บอกว่า ให้เจ้าหนี้สามารถใช้ที่ดินทำกินของเค้าได้ 30 ไร่ เพื่อเป็นการทำกิน เป็นการขัดดอก โดยมีระยะจนกว่านายเอนั้นจะนำเงินมาใช้หนี้จนหมด ซึ่งสัญญานี้นั้นได้มีอยู่หนึ่งฉบับ โดยได้อยู่กับเจ้าหนี้ แต่โฉนดที่ดินของที่ดินแห่งนี้นั้น ยังคงอยู่กับนายเอซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน เมื่อวันเวลาผ่านไป นายเอเก็บเงินได้ครบ 2 แสน จึงจะนำเงินไปใช้หนี้ แต่เจ้าหนี้กับบอกว่าตอนนี้เค้าไม่ได้ต้องงานเงิน 2 แสน แต่ต้องการเป็นจำนวนเงิน 4 แสนแทน นายเอจึงกลับไปเพื่อเก็บเงินมาใช้หนี้อีกครั้ง ต่อมา เมื่อจำนวนเงินครบ 4 แสน นายเอจะเอาเงินไปคืนเพื่อที่จะเอาที่ดิน 30 ไร่คืน แต่เจ้าหนี้บอกว่าตอนนี้นั้น 4 แสนไม่พอ เพราะที่ตรงนี้เป็นที่ทำกินของเค้า นั้นก็คือธุรกิจต้นไม้ยืนต้น หรือไร่ทุเรียน ซึ่งเจ้าหนี้ต้องการเงินถึง 2 ล้านเพื่อเป็นมูลค่าของธุรกิจตรงสถานที่นั้น ซึ่งจำนวนเงินนี้นั้นถือได้ว่าเป็นจำนวนที่มาก และตามสัญญาแล้วนั้นก็เป็นการกู้เงินเพียง 2 แสนบาทในตอนแรก และจดหมายสัญญาที่เขียนด้วยมือนั้นก็ยังเป็นเรื่องของการให้ใช้ที่ดินในการขัดดอก ซึ่งเขียนไว้อย่างชัดเจน อีกทั้งโฉนดที่ดินก็ยังอยู่กับเจ้าของอีกด้วย จึงเป็นเรื่องที่ผู้พบเจอปัญหานั้นกังวลเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการหาทางออก ซึ่งตามกฎหมายนั้น เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องของการจำนอง แต่เป็นเรื่องของการกู้ที่มีผลต่างตอบแทน

เพราะนายเอนั้นได้กูเงินไว้จำนวนหนึ่งและให้ยืมสถานที่นี้ตอบแทน ส่วนฝ่ายเจ้าหนี้ก็ต้องคืนสถานที่แห่งนี้เมื่อลูกหนี้นั้นคืนเงินจนครบ และเรื่องนี้นั้น ควรที่จะมีพยานที่รู้เห็นในเรื่องนี้เพื่อเป็นการยืนยันจะเป็นประโยชน์มาก ซึ่งเรื่องนี้นั้น ถ้ามูลหนี้ยังมีอยู่ ก็เท่ากับที่ตรงนั้นเป็นของเค้า ถ้าเราเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถือว่าเป็นเรื่องของการละเมิดหรือบุกรุก ซึ่งมีโทษตามกฎหมาย แต่ถ้ามูลหนี้นั้นถูกชำระแล้ว เราสามารถบอกให้เค้านั้นถอนที่ดินใหม่ให้มีสภาพที่เหมือนเดิม โดยขุดข้าวของ ต้นไม้ที่ประกอบธุรกิจนั้นออกไปซะ แต่ถ้าเราต้องการ เราก็สามารถเก็บไว้ได้ แต่ต้องเสียงเงินให้กับเจ้าหนี้ในสิ่งของพวกนี้ตามราคาท้องตลาด และเรื่องของเงินที่ติดกันนั้น ไม่ต้องจ่ายตามที่เจ้าหนี้เสนอ โดยสามารถที่จะจ่ายได้ตามจำนวนที่ยืมไว้จริงตามสัญญา